บานไม่รู้โรยดอกขาว สรรพคุณและประโยชน์

ต้นบานไม่รู้โรย เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ บ้างก็ว่ามีถิ่นกำเนิดในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 1 ปี มีความสูงของต้นประมาณ

บานไม่รู้โรยดอกขาว สรรพคุณและประโยชน์

บานไม่รู้โรยดอกขาว สรรพคุณและประโยชน์

บานไม่รู้โรย ชื่อสามัญ Bachelor's button, Button agaga, Everlasting, Gomphrena, Globe amaranth, Pearly everlasting

บานไม่รู้โรย ชื่อวิทยาศาสตร์ Gomphrena globosa L. จัดอยู่ในวงศ์บานไม่รู้โรย (AMARANTHACEAE)

บานไม่รู้โรยดอกขาว มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า สามปีบ่เหี่ยว (ขอนแก่น), กะล่อม ตะล่อม (ภาคเหนือ), ดอกสามเดือน สามเดือนดอกขาว กุนนีดอกขาว กุนหยินขาว กุนหยี (ภาคใต้), โขยหยิกแป๊ะ (จีน) เป็นต้น

ลักษณะของบานไม่รู้โรย

ต้นบานไม่รู้โรย เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ บ้างก็ว่ามีถิ่นกำเนิดในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 1 ปี มีความสูงของต้นประมาณ 50 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านบริเวณยอดต้น กิ่งก้านเป็นเหลี่ยมและมีร่อง ลำต้นอ่อนมีขนสีขาวปกคลุม ตามข้อต้นพองออกเล็กน้อย ข้อต้นเป็นสีแดง แต่บางต้นข้อต้นก็เป็นสีเขียว นิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด แม้เมล็ดที่ร่วงหล่นลงใต้ต้นก็ยังสามารถนำไปปลูกเป็นต้นใหม่ได้โดยไม่ต้องเพาะ โดยให้ปลูกไว้กลางแจ้งที่ได้รับแสงแดดแบบเต็มที่ และสามารถปลูกในดินชนิดใดก็ได้ แต่ควรเติมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยผสมลงไปในดินก่อนปลูก ส่วนการรดน้ำก็ให้รดตามความจำเป็น เพราะพรรณไม้ชนิดนี้จะทนแล้งได้ดีกว่าแฉะ จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวันจนน้ำท่วมขัง เพราะจะทำให้ต้นเน่าตายได้ โดยสายพันธุ์ที่นิยมใช้ปลูกมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ Tall Mixture (เป็นพันธุ์ต้นสูง มีความสูงของพุ่มประมาณ 18 นิ้ว มีทั้งสีขาวและสีแดงอมม่วง) และพันธุ์ Buddy (พุ่มสูงเพียง 9 นิ้ว ดอกเป็นสีแดงอมม่วง เหมาะที่จะนำมาปลูกเป็นกลุ่มก้อนเพื่อประดับอาคารหรือปลูกเป็นพืชคลุมดิน)

ใบบานไม่รู้โรย ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร หลังใบและท้องใบมีขนสีขาว เนื้อใบมีลักษณะนิ่ม ก้านใบสั้น ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร และมีขนสีขาว

ดอกบานไม่รู้โรย ออกดอกเป็นกระจุกทรงกลมบริเวณปลายกิ่ง มีดอกย่อยอัดกันแน่น แต่ละช่อดอกจะมีดอกย่อยประมาณ 2-3 ดอก ลักษณะของดอกเป็นรูปทรงกลมขนาดเท่าผลพุทรา ดอกเป็นสีขาว สีแดงแก่ สีม่วง หรือสีชมพูอ่อน (แต่จะใช้ดอกขาวมาเป็นยา เพราะสีขาวเป็นสีที่บริสุทธิ์ เมื่อนำมาทำยาแล้วจะไม่มีสีอะไรมาเจือปน) มีลักษณะแข็ง กลีบดอกมีขนาดเล็กเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ทั้งดอก ปลายกลีบแหลมคล้ายขนแข็ง ๆ และมีใบประดับหรือกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียว มีอยู่ด้วยกัน 2 กลีบ เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร อีกทั้งกลีบดอกยังไม่หลุดร่วงได้ง่าย แม้ว่าดอกจะแก่หรือแห้งแล้วก็ตาม จึงเป็นที่มาของชื่อ "บานไม่รู้โรย"

ผลบานไม่รู้โรย ผลเป็นผลแห้ง เป็นกระเปาะ ลักษณะเป็นรูปทรงกลมหรือเป็นรูปไข่แกมรูปขอบขนาน มีขนาดประมาณ 2.5 มิลลิเมตร ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลอ่อน เมล็ดมีลักษณะแบนหรือเป็นรูปไข่

สรรพคุณและประโยชน์ของบานไม่รู้โรย

  1. ทั้งต้นและรากมีรสเย็นขื่น นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้กษัย (ทั้งต้นและราก)
  2. ดอกและต้นมีรสหวาน ขื่น ชุ่ม เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อปอดและตับ ใช้เป็นยาแก้ตับร้อนหรือธาตุไฟเข้าตับ ช่วยแก้ตาเจ็บ ตามัว อันเนื่องจากธาตุไฟเข้าตับ (ต้น, ดอก)
  3. ใช้แก้เด็กตัวร้อนตาเจ็บ ด้วยการใช้ดอกสดประมาณ 10-14 ดอกนำมาต้มกับน้ำรับประทาน หรือใช้ผสมกับฟักเชื่อมแห้ง นำมาต้มกับน้ำรับประทานเป็นยา (ดอก)
  4. ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ แก้ลมขึ้นศีรษะ ทำให้เวียนศีรษะ ด้วยการใช้ดอก 10 กรัมและหญ้าแซ่ม้า 20 กรัมนำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ดอก)
  5. ใช้แก้เด็กเป็นโรคลมชัก ด้วยการใช้ดอก 10 ดอกผสมกับตั๊กแตนแห้ง 7 ตัว (Oxya chinensis thumb.) นำมาตุ๋นเป็นยารับประทาน (ดอก)
  6. ช่วยแก้อาการไอ (ทั้งต้นและราก, ดอก) แก้อาการไอเป็นเลือด เลือดออกตามทวารทั้งเก้า (ดอกและต้น, ทั้งห้าส่วน),แก้ไอกรน (ดอก)
  7. ใช้แก้หืดหอบ ไอหืด ไอหอบ หลอดลมอักเสบ ด้วยการใช้ดอกแห้งประมาณ 10-15 กรัมนำมาต้มกับน้ำรับประทาน หรือจะใช้ดอก 10 ดอกนำมาต้มผสมกับเหล้าเล็กน้อย ใช้ดื่มวันละ 3 ครั้ง หรือให้ใช้สารที่สกัดได้จากดอกทำเป็นยาฉีด โดยใช้ครั้งละ 0.3 ซีซี ถ้าหากมีเสมหะมากให้เพิ่มปริมาณได้อีกตามที่แพทย์สั่ง (ดอก
  8. ช่วยขับเสมหะ (ดอก)
  9. ช่วยรักษาโรควัณโรคในปอด (ดอก)
  10. ช่วยรักษาโรคบิด (ทั้งต้นและราก, ดอก) ช่วยแก้บิดมูก ให้ใช้ดอก 10 ดอกนำมาต้มกับน้ำผสมกับเหล้าเล็กน้อย ใช้ดื่มเป็นยา (ดอก)
  11. ทั้งต้นและรากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ ขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ (ทั้งต้นและราก, ดอก)
  12. ช่วยแก้ปัสสาวะขัด ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ด้วยการใช้ดอก 10 กรัมนำมาต้มกับน้ำรับประทานบ่อย ๆ (ดอก)
  13. ทั้งต้นและรากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้กามโรค แก้หนองใน (ทั้งต้นและราก)
  14. ทั้งต้นและรากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้มุตกิดหรือตกขาว ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยขับระดูขาวให้แห้ง (ทั้งต้นและราก)
  15. ดอกใช้เป็นยาบำรุงตับ (ดอก)

ขอบคุณที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ความรู้สึกของคุณ?

like

dislike

love

funny

angry

sad

wow